วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่9

                                บันทึกอนุทินครั้งที่9
        
                              วิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 

                                                อาจารย์ จิตนา สุขสําราญ
     
                                             วันที่อังคาร14ตุลาคม 2557


              วันนี้ออกมานําเสนองานของเล่นของแต่ล่ะคน ซึ่งของเล่นของดิฉันคือรถจากหลอดด้าย



เตรียมอุปกรณ์

1. หลอดด้าย

2. เทียนไข

3. หนังยางรัดของ

4. ก้านธูปหรือก้านไม้กวาดทางมะพร้าว

5.คัตเตอร์

วิธีการทํา
ตัดเที่ยนไขให้มีขนาดสั้นกว่าหลอดด้ายเล็กน้อย
ใชัคัตเตอร์เซาะเทียนไขให้เป็นร่อง
หักก้านธูปให้มีขนาดเท่ากับเทียนไขแล้วนำหนังยางมาร้อยกับก้านธูปเอาไว้
คล้องหนังยางเข้ากับก้านธูปจากนั้นนำหนังยางสอดเข้าไปในรูของหลอดด้าย
นำปลายหนังยางที่สอดจากรูหลอดด้ายมาคล้องกับเทียนไข
สุดท้ายหักก้านธูปยาวประมาณ10-12ซม.สอดเข้าที่ร่องเที่ยนไขที่เราเซาะไว้เป็นอันเสร็จสิ้น

วิธีการเล่น


มือจับหลอดด้ายเอาไว้แล้วใช้มืออีกข้างหมุมก้านธูปในทิศทางตามเข็มนาฬิกาพอเริ่มดึงมือออกรถก็จะวิ่งไปเพราะเป็นการขับเคลื่นของพลังงานของหนังยาง

บันทึกอนุทินครั้งที่8

                               บันทึกอนุทินครั้งที่8
                                 
                                       วิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัย

                                                       อาจารย์ จิตนา สุขสําราญ
                                               
                                                        วันอังคารที่7ตุลาคม2557
       


                                                          สอบกลางภาค

บันทึกอนุทินครั้งที่7

                          บันทึกอนุทินครั้งที่7
       
                            วิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัย
               
                                       อาจารย์ จิตนา  สุขสําราญ
                                   
                                       วันอังคารที่30 กันยายน 2557



                         วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากฝนตกหนักเหลือนักศึกษาน้อยคน

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่6

                            บันทึกอนุทิน ครั้งที่6



                                    วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย              

              อาจารย์ จินตนา สุขสำราญ


                   วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ.2557

        วันนี้มีการนําเสนอบทความก่อนเข้าสู้เนื้อหาที่จะเรียน โดย
1 .นางสาว นภาวรรณ  กรุดขุนเทียน  สอนเด็กปฐมวัยเรียนวิทยาศาสตร์จากเป็ดและไก่

2. นางสาว สุธาสินี ธรรมมานนท์  สร้างแนวทางให้เด็กทดลองวิทยาศาสตร์

3. นางสาว นฤนล อิสระ  วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

4. นางสาวยุพดี  สนประเสริฐ  โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร
                
                                 อาจารย์ให้จัดกิจกรรมการสอนตามที่สนใจ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยมีหัวข้อที่ครอบคลุมมีชื่อเรื่องที่เด็กๆสนใจ
กลุ่มของดิฉันได้นำเสนอเรื่อง  นกหงส์หยก       
 นกหงส์หยกประกอบไปด้วย


  • ลักษณะของนก
  • อาหารของนก
  • ที่อยู่ มี2ประเภท ตามบ้านคนและตามธรรมชาติ
  • สี
  • เพศ
  1. ชนิด
  1. ข้อควรระวัง
  1. สายพันธ์

          แต่สิ่งที่เราควรนําไปเพิ่มคือ 

             การนําไปประยุกย์ใช้
                 สามารถนําไปใช้ในการฝึกสอนได้ให้เด็กได้รู้จักเกี่ยวกับนก และหน่วยอื่นอีกมากมายและความรู้ที่ได้รับนําไปใช้ในอนาคตของเราได้
           ประเมินผล
         ประเมินตนเอง
                          ตั้งใจเรียนและฟังข้อแนะนําจากอาจารย์และร่วมทํากิจกรรรมหน้าชั้นเรียน
        ประเมินเพื่อน
          มีคุยกันเรื่อยๆแต่ก็ตั้งใจเรียนและร่วมกันทํากิจกกรม
       ประเมินอาจารย์
         อาจารย์สอนและยกตัวอย่างให้ฟังและให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการตอบคําถา

บันทึกอนุทินครั้งที่5

                                                บันทึกอนุทินครั้งที่5
                
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

      อาจารย์ จินตนา สุขสำราญ

วันที่ อังคารที่16 กันยายน พ.ศ. 2557




ความรู้ที่ได้รับ
                 อาจารย์ให้ฟังเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ แล้วอาจารย์ก็ถามว่าเพลงนี้มีความหมายเป็นอย่างไร ได้ความรู้จากเพลงอะไรบ้าง อาจารย์ให้นักศึกษาบอกเพลงเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยคนละ1 เพลง ห้ามซ้ำกัน ซึ่งเพลงของดิฉันคือ เพลง อย่าทิ้ง แล้วอาจารย์ก็บอกชื่อเพลงเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย หลังจากนั้นก็ให้มานําเสนอบทความตามเลขที่ ได้แก่เลขที่1และเลขที่2

1. นางสาว  วีนัส  ยอดแก้ว นำเสนอบทความเรื่อง หลักสูตรวิทยาศาสตร์ จำเป็นหรือไม่
หลักสูตรวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการส่งเสริมและการจัดประสบการณ์ในรูปแบบบรูณาการที่สามารถส่งเสริมทั้ง4 ด้าน  ครูปฐมวัยควรรู้ว่ากิจกรรมที่จัดให้กับเด็กในแต่ละช่วงเวลา เป็นการส่งเสริมทักษะและแนวคิดวิทยาศาสตร์อะไรกับเด็กครูสามารถนำกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ไปจักกิจกรรมได้
2. นางสาว  เจนจิรา  บุญช่วง  นำเสนอบทความเรื่อง สอนลูกเรื่องพืช
เป็นการส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้พืชอย่างใกล้ชิด พ่อแม่เป็นบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมซึ่งพ่อแม่สามารถหากิจกรรมให้กับเด็กโดยใช้บริเวณบ้านในการทำกิจกรรม เช่น ให้เด็กได้เรียนรู้การทำกับข้าว หัดให้เด็กได้ปลูกผัก

             การนำไปประยุกต์ใช้

            นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติ่ม เพื่อไปใช้ในอนาคตข้างหน้า และนําเพลงไปเก็บเด็กเวลาสอนได้หรือทําให้เด็กสนใจ


การประเมินผล


ประเมินตนเอง = ตั้งใจเรียนฟังอาจารย์สอนและตอบคําถามที่อาจารย์ถาม


ประเมินเพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจเรียนและมีคุยกัน


ประเมินผู้สอน = อาจารย์มีการสอนที่สนุกไม่เครียดและใช้คําถามปลายเปิดกับนักศึกษา


วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557


ความลับของแสง

แสง เป็นพลังงานรูปหนึ่งที่รับรู้ได้ด้วยสายตา แสงช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้

แหล่งกำเนิดแสง

แหล่งกำเนิดแสง หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดแสงได้ โดยแยกได้ 3 ประเภท ดังนี้

1. แสงที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงดาวบางดวง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า แสงจากดวงอาทิตย์ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ใหญ่ที่สุด

2. แสงจากสัตว์ สัตว์บางชนิดจะมีแสงในตัวเอง เช่น หิ่งห้อย แมงดาเรือง

3. แสงที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น เช่น แสงจากไฟฉาย เทียนไข หลอดไฟฟ้า แสงที่เกิดจากการลุกไหม้

การเดินทางของแสง

แสงเดินทางจากแหล่งกำเนิดด้วยความเร็วมาก โดยเดินทางได้ 186,000 ไมล์ต่อวินาที หรือ 300,000 กิโลเมตร ต่อวินาที แสงจะเดินทางเป็นเส้นตรง และเดินทางผ่านสุญญากาศได้ เช่น แสงจากดวงอาทิตย์เดินทางมายังโลกของเรา โดยผ่านสุญญากาศ ผ่านอากาศมายังโลกของเราใช้เวลา 8 นาที ซึ่งดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกของเราถึง 93 ล้านไมล์

ตัวกลางของแสง

ตัวกลางของแสง หมายถึง วัตถุที่ขวางทางเดินของแสง โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. ตัวกลางโปร่งใส หมายถึง ตัวกลางที่ยอมให้แสงผ่านไปได้หมด เช่น น้ำใส พลาสติกใส กระจกใส อากาศ แก้วใส

2. ตัวกลางโปร่งแสง หมายถึง ตัวกลางที่แสงผ่านไปได้ดี แต่ผ่านได้ไม่หมด เช่น น้ำขุ่น กระจกฝ้า หรือหมอกควัน เป็นต้น

3. ตัวกลางทึกแสง หมายถึง ตัวกลางที่แสงผ่านไม่ได้เลย เช่น สังกะสี กระเบื้อง กระจกเงา เป็นต้น

การหักเหของแสง

แสงเมื่อเดินทางผ่านตัวกลางอย่างเดียว จะเดินทางเป็นเส้นตรง แต่เมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลางอย่างหนึ่ง ไปยังตัวกลางอีกอย่างหนึ่ง ที่มีความหนาแน่นต่างกัน จะเกิดการหักเหของแสง เช่น แสงเดินทางจากน้ำผ่านอากาศ หรือจากอากาศผ่านไปยังน้ำ จะเกิดการหักเหตรงรอยต่อ

การหักเหของแสงผ่านเลนส์


เลนส์ คือ วัตถุโปร่งใสที่ทำจากแก้วหรือพลาสติก ลักษณะของเลนส์จะมีผิวโค้งบริเวณตรงกลาง และส่วนขอบจะหนาไม่เท่ากัน เลนส์แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ

1. เลนส์นูน มีลักษณะตรงกลางนูนโค้งและมีส่วนขอบบางกว่า แสงเมื่อเดินทางผ่านเลนส์นูนจะเกิดการหักเห รวมแสงที่จุด จุดหนึ่ง ถ้าเราใช้เลนส์นูนส่องดูวัตถุจะทำให้ดูว่าวัตถุใหญ่ขึ้น เช่น การมองตัวหนังสือผ่านเลนส์นูน

2. เลนส์เว้า มีลักษณะขอบโดยรอบหนากว่าส่วนกลางของเลนส์เมื่อแสงเดินทางผ่านเลนส์เว้าจะเกิดการหักเห และกระจายออกจากกัน ดังนั้นเลนส์เว้าจึงมีคุณสมบัติในการกระจายแสงเมื่อเรามองวัตถุผ่านเลนส์เว้าภาพที่เกิดจะมองเห็นวัตถุเล็กลงกว่าเดิม เช่น การมองตัวหนังสือผ่านเลนส์เว้า

บทความ


กิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะทางวิทยาศาสตร์ในเด็กปฐมวัย


วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจ ำวันของคนเรา จะเห็นว่า แม้แต่เด็กปฐมวัยก็ยังได้รับประสบการณ์ในชีวิตประจำวันที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น ประกอบกับเด็กปฐมวัยมีความอยากรู้อยากเห็นและมักจะตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ เด็กปฐมวัยควรจะได้รับการส่งเสริมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการค้นคว้าหาความรู้ เพื่อที่จะได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ และ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และ จะได้มีโอกาสพัฒนา และ ประยุกต์ความรู้เหล่านั้นไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต


สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา (2551) นำเสนอ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ครูและผู้ปกครองควรจะส่งเสริมให้แก่เด็กปฐมวัย ประกอบด้วย


1. ทักษะการสังเกต หมายถึง การสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัว เด็กทารกจะใช้สายตาสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่โดยรอบ ใช้มือสัมผัสสิ่งต่างๆอย่างสนใจ หรือ อาจจะหยิบสิ่งต่างๆรอบตัวมาบีบ กัด ดมเล่น ซึ่งทุกครั้งที่มีโอกาสกระทำเช่นนั้น ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และ นำไปสู่ การพัฒนาความคิดในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
2. ทักษะการจำแนกประเภท เป็นทักษะการแบ่งกลุ่มโดยมีเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

3. ทักษะการทำนาย เป็นทักษะการคาดคะเนคำตอบก่อนจะพิสูจน์ด้วยการทดลอง โดยอาศัยประสบการณ์เดิม ความรู้เดิมมาช่วยทำนาย


4. ทักษะการวัด เป็นการเลือกใช้เครื่องมือ วัดหาปริมาณ น้ำหนัก ความสูง ความยาว ของสิ่งต่างๆ โดยในระดับปฐมวัย อาจจะใช้เครื่องมือวัดที่ไม่เป็นมาตรฐาน เช่น ใช้คืบมือ ใช้คลิปมาต่อกัน เป็นต้น


5. ทักษะการคำนวณ ซึ่งหมายถึงการนับจำนวนของวัตถุ และ นำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกัน

6. ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต
การวัด การทดลอง และ จากแหล่งอื่นๆ มาจัดกระทำใหม่ และ นำเสนอเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมาย


7. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติของวัตถุ ระหว่างตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับอีกวัตถุหนึ่งและระหว่างการเปลี่ยนตำแหน่งหรือมิติของวัตถุกับเวลาที่เปลี่ยนไป


8. ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล หมายถึง การเพิ่มความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่ได้จากการสังเกตอย่างมีเหตุผลโดยอาศัยความรู้และประสบการณ์เดิมมาช่วย


การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย ครูผู้สอนควรจะต้องคำนึงถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง เช่น พาเด็กๆไปทัศนศึกษา หาสื่ออุปกรณ์ของจริงที่เด็กได้หยิบ จับ ทดลองกระทำกับวัตถุสิ่งของจริง โดยประสบการณ์ที่จัดให้แก่เด็กนั้นจะต้องมีความหมายต่อเด็ก เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับสิ่งที่เคยเรียนรู้ เคยพบเห็น และ สามารถนำมาปรับใช้ได้ในอนาคตารประกอบอาหาร เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ส่งเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย โดยทั่วไปแล้ว เด็กเล็กๆในวัยนี้มักจะไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองให้ช่วยทำอาหาร อาจจะเป็นเพราะเกรงในเรื่องความปลอดภัย หากใช้มีดที่มีความคม หรือ หากต้องประกอบอาหารโดยใช้ความร้อน แต่หากมองอีกแง่มุมหนึ่ง การประกอบอาหารเป็นกิจกรรม และ จัดว่าเป็นสื่อการสอนอย่างดีที่จะช่วยพัฒนาทักษะ ความรู้ และ ความเข้าใจในแนวคิดทั้งทางวิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ หากครู และ ผู้ปกครองให้ความช่วยเหลือเด็ก อยู่ใกล้ๆ และ คอยระมัดระวังอันตรายที่อาจจะ

เกิดขึ้นกับเด็กในขณะทำอาหาร เด็กก็จะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมประกอบอาหารอย่างมาก